Gradient

FAQ คำถามที่พบบ่อย

คำถามพบบ่อยที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับท่าน

จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดแล้ว?


เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านรู้ตัวว่ากำลังเป็นทุกข์ ไม่สบายใจ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยิ่งเข้าถึงการรักษาเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้รู้สึกดีเร็วขึ้นเท่านั้น ดังนั้นลองสังเกต 3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะรีบขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

  1. ท่านเผชิญปัญหาที่ทำให้รู้สึกเป็นทุกข์มากจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงาน เช่น ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่กระตือรือร้นเหมือนเดิม ขาดแรงผลักดันที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ให้ลุล่วง หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน
  2. ท่านได้พยายามบรรเทาความไม่สบายใจด้วยวิธีหลากหลาย แต่ยังไม่มีอะไรช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ เช่น แม้จะพูดคุยกับเพื่อน ออกกำลังกาย หรืออ่านหนังสือพัฒนาตนเอง อารมณ์ที่คับข้องหรือค้างคาใจก็ยังคงอยู่
  3. ท่านเริ่มพึ่งพาสิ่งอื่นๆ เพื่อบรรเทาความรู้สึกหนักอกหนักใจ เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ การกินอาหารเปลี่ยนไป ใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น หรือหันไปเล่นการพนัน




การทำจิตบำบัดจะช่วยได้จริงหรือ?


ช่วยได้ ทุกวันนี้มีงานวิจัยมากมายรับรองว่าจิตบำบัดเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ การพูดคุยกับนักจิตบำบัดวิชาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ดูแลผู้รับบริการที่มีปัญหาคล้ายคลึงกับท่าน จะช่วยให้ท่านสังเกตเห็นและเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตบางอย่างของตนเองที่อาจเป็นต้นตอของความทุกข์ใจ ความเข้าใจดังกล่าวจะนำมาสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเองได้ อย่างไรก็ดี บางครั้งจิตบำบัดก็จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยา




ถ้าต้องเลือกระหว่างทำจิตบำบัดกับรักษาด้วยยา วิธีไหนจะดีกว่ากัน?


ทั้งยาและจิตบำบัดล้วนช่วยดูแลรักษาความเจ็บป่วยทางใจได้ แต่วิธีการดูแลรักษาจะเป็นแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของท่าน มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการรักษาด้วยยาและทำจิตบำบัดควบคู่กันไปคือแนวทางที่ดีที่สุด โดยเฉพาะสำหรับภาวะหรืออาการที่รุนแรง ยาจะทำหน้าที่บรรเทาอาการ ส่วนกระบวนการจิตบำบัดจะช่วยให้ผู้รับบริการได้มีพื้นที่สำรวจตนเองจนเกิดความเข้าใจ มองเห็นข้อจำกัดและวิธีที่ตัวเองใช้รับมือปัญหา การรักษาด้วยวิธีแบบผสมผสานนี้จะช่วยให้การเยียวยาเกิดขึ้นรวดเร็วและได้ผลยาวนาน หากมีข้อสงสัยในจุดนี้ ท่านสามารถปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดของท่านเพื่อรับบริการที่ดีที่สุดได้เสมอ




ใครเหมาะกับการทำจิตบำบัดบ้าง?


จิตบำบัดนั้นเป็นประโยชน์ทั้งกับคนทั่วไปและคู่สมรสที่กำลังเผชิญความเครียด ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือพบว่ามีปัญหาด้านอารมณ์หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ในสังคมยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ว่าคนที่จะมารับบริการจิตบำบัดต้องทนทุกข์ทรมานกับความผิดปกติทางจิตมาก่อน เช่น ต้องเป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคทางจิตอื่นๆ แต่แท้จริงแล้ว ใครก็ตามที่กำลังเผชิญความท้าทายในชีวิตก็สมควรได้รับการเยียวยาจิตใจทั้งสิ้น




ถ้ามารับบริการ ข้อมูลส่วนตัวของฉันจะถูกเปิดเผยหรือไม่?


ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการเป็นสิ่งที่ The Oasis ให้ความสำคัญสูงสุด มีเพียงผู้รับบริการเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและบริการ The Oasis จะดำเนินการตามแนวทางข้อบังคับของสมาคมหรือรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเป็นส่วนตัว หากในกรณีที่บริษัทประกันต้องการข้อมูลจากผู้ให้บริการเพื่อเป็นเงื่อนไขในการชำระเงิน ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการจะถูกเปิดเผยก็ต่อเมื่อท่านได้ให้อนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น