top of page
The Oasis ( เดอะโอเอซิส )
Gradient

บทความสุขภาพจิต

รวมบทความน่ารู้ จากทีมให้คำปรึกษาของ The Oasis

“ทำไมเราถึงร้องไห้ง่าย?” เข้าใจกลไกทางอารมณ์ที่จิตแพทย์อธิบายได้

  • seo5491
  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
เข้าใจเรื่องการร้องไห้จากมุมมองของจิตแพทย์

ร้องไห้บ่อยๆ ควรไปพบจิตแพทย์หรือไม่?

แม้ว่าหลายคนจะรู้สึกไม่สบายใจหรือมองว่าการ "ร้องไห้ง่าย" เป็นความอ่อนแอที่ต้องเตรียมตัวพบจิตแพทย์หรือไม่? แต่ความจริงแล้วการร้องไห้เป็นกลไกการแสดงออกทางอารมณ์ที่ซับซ้อนและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพจิตของเรา เพราะน้ำตาเป็นปฏิกิริยาทางชีววิทยาและจิตวิทยาที่เชื่อมโยงกับความเครียด ฮอร์โมนและการทำงานของระบบประสาท การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ทำไมสมองและร่างกายของเราจึงตอบสนองด้วยน้ำตาเมื่อเผชิญกับอารมณ์ที่ท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความสุขหรือความเห็นอกเห็นใจ จะช่วยให้เรายอมรับและจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นเอง


ในมุมมองของจิตแพทย์ น้ำตาไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่คือภาษาของสมอง

การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องของคนอ่อนแอเสมอไป… แต่คือปรากฏการณ์ทางชีววิทยาที่ทรงพลังและซับซ้อนมนุษย์ เพราะมันเป็นวิธีที่ร่างกายเราสื่อสารเมื่ออารมณ์ท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นความสุขจัด ความเศร้าสุดขั้วหรือแม้แต่ความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่น้ำตาไหลง่าย เมื่อดูหนัง ฟังเพลงหรือเจอกับเรื่องสะเทือนใจ นั่นไม่ได้แปลว่าคุณบกพร่องหรือมีปัญหาทางจิตที่จะต้องรีบไปปรึกษาจิตแพทย์ แต่มันคือระบบประมวลผลทางอารมณ์ของคุณทำงานไวเป็นพิเศษ ที่ทำให้ความอ่อนไหวเปลี่ยนเป็นหยดน้ำตาได้ง่ายขึ้น


โดยน้ำตามนุษย์มี 3 ประเภทคือ 

  • น้ำตาพื้นฐาน (Basal Tears) / น้ำตาหล่อลื่น : เป็นน้ำตาที่ถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อหล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา รวมทั้งช่วยบำรุงกระจกตา และชะล้างฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมเล็กๆ ออกไปอย่างสม่ำเสมอ เป็นน้ำตาที่จำเป็นต่อการมองเห็นและการมีสุขภาพตาที่ดี

  • น้ำตาสะท้อน (Reflex Tears) / น้ำตากำจัดสิ่งระคายเคือง : ถูกผลิตออกมาในปริมาณมากอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อสิ่งระคายเคืองภายนอก เช่น ฝุ่น ควัน ลม สารเคมี ก๊าซที่เกิดจากการหั่นหัวหอมหรือเมื่อเกิดการอาเจียน

  • น้ำตาจากอารมณ์ (Emotional Tears) : ถูกผลิตเมื่อเกิดอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความสุข ความโกรธหรือความเจ็บปวดทางกาย น้ำตาชนิดนี้เชื่อกันว่าทำหน้าที่ช่วยขับสารเคมีจากความเครียดและฮอร์โมนบางชนิดที่สะสมในร่างกายออกมา เช่น โปรแลคติน (Prolactin), ออกซิโทซิน (oxytocin)และฮอร์โมนความเครียด (Stress Hormones) ที่มีบทบาทในการลดความเครียดและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนรู้สึกเบาขึ้นหลังร้องไห้


3 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์จากจิตแพทย์ ที่ทำให้คุณร้องไห้ง่ายเป็นพิเศษ

  1. ความอ่อนไหวของระบบประสาทและฮอร์โมน

    • สนามรบของฮอร์โมน : การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลโดยตรงต่อสารสื่อประสาทในสมองของผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน, ตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน สามารถทำให้อารมณ์แปรปรวนและร้องไห้ง่ายขึ้นได้ นอกจากนี้การนอนน้อย ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้าบางชนิดในช่วงปรับยา ก็มีส่วนกระตุ้นอารมณ์และความไวน้ำตาได้

    • สมองประมวลผลไวเกิน : ส่วนสำคัญของสมองที่ชื่อว่า อะมิกดะลา (Amygdala) ทำหน้าที่เป็นเหมือนศูนย์ตรวจจับภัยคุกคามทางอารมณ์ หากอะมิกดะลา ทำงานไวเป็นพิเศษ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็อาจถูกตีความเป็นเรื่องใหญ่ จนกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาร้องไห้เพื่อระบายความรู้สึกออกมาอย่างรวดเร็ว

  2. พลังแห่งความเห็นอกเห็นใจสูง : อีกที่เหตุผลที่จิตแพทย์มองว่าคนที่ร้องไห้ง่ายมักเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ในระดับสูง พวกเขาไม่เพียงแค่เข้าใจ แต่ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดหรือความสุขของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อคุณรับรู้เรื่องราวสะเทือนใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือในละคร การร้องไห้คือการแสดงออกถึงความรู้สึกท่วมท้นที่เกิดจากการเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้อื่นอย่างเข้มข้น

  3. ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ : ในมุมมองของจิตแพทย์ส่วนใหญ่ ความเครียดคือตัวการสำคัญของความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ลองจินตนาการว่า หากจิตใจของคุณคือแบตเตอรี่เมื่อคุณเผชิญกับความเครียดเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์หรือการนอนหลับไม่เพียงพอ พลังงานในการควบคุมและยับยั้งอารมณ์ ซึ่งควบคุมโดย Prefrontal Cortex ส่วนหน้าของสมองก็จะลดลงอย่างมาก และเมื่อแบตเตอรี่อ่อนลง เกราะป้องกันอารมณ์ก็จะพังทลายลงง่ายๆ แม้เรื่องที่ปกติคุณจัดการได้สบายๆ ก็อาจกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้คุณร้องไห้ออกมาเพื่อระบายสารเคมีความเครียดออกจากร่างกาย เพราะนี่คือกลไกการเยียวยาตัวเองโดยธรรมชาติ


ข้อแนะนำจากจิตแพทย์ : จัดการกับน้ำตาอย่างไรให้ถูกวิธี?

เพราะน้ำตาที่ไหลออกมาทุกหยดคือข้อมูลสำคัญที่จิตใจพยายามส่งสัญญาณถึงคุณ ดังนั้น จงอย่าตัดสินตัวเองแต่ลองทำความเข้าใจมัน ดังนี้

  • ยอมรับและสังเกต : เมื่อรู้สึกอยากร้องไห้ จงยอมรับความรู้สึกนั้นแทนที่จะกดเอาไว้ ลองสังเกตว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้น? - ความเหนื่อยล้า? ความผิดหวัง? หรือแค่ความซาบซึ้งใจ?

  • จัดการกับความเครียดต้นตอ : หากการร้องไห้เกิดจากความอ่อนล้าทางอารมณ์ คุณอาจไม่ได้ต้องการแค่ผ้าเช็ดหน้า แต่คุณอาจต้องการการพักผ่อนที่มีคุณภาพ การออกกำลังกายหรือการฝึกเทคนิคการหายใจเพื่อปรับสมดุลระบบประสาท

  • ปรึกษาจิตแพทย์เมื่อจำเป็น : เมื่อการร้องไห้เป็นสัญญาณของปัญหาทางจิตเวช เช่น ร้องไห้บ่อยร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร/กินมาก นอนไม่หลับหรือหลับมาก หดหู่เรื้อรัง ความคิดทำร้ายตัวเอง หรือการทำงานในชีวิตประจำวันที่ลดลง การไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อการประเมินและรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด


ฉะนั้น การร้องไห้ง่ายไม่ใช่เรื่องที่น่าละอาย แต่เป็นประตูระบายความรู้สึกภายในจิตใจของเรา และเป็นกลไกการสื่อสารที่ซับซ้อนตามธรรมชาติ ซึ่งจิตแพทย์ทุกคนยืนยันว่าน้ำตาทำหน้าที่สำคัญในการลดความเครียดทางเคมีในร่างกาย และเป็นสัญญาณเตือนที่ทรงพลัง การทำความเข้าใจสาเหตุทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากคุณร้องไห้ง่าย จงโอบกอดความอ่อนไหวนี้ไว้ เพราะมันหมายความว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่เชื่อมโยงกับโลกและผู้คนรอบข้างได้อย่างลึกซึ้ง เพียงแค่เรียนรู้ที่จะฟังสิ่งที่น้ำตาพยายามบอก แล้วคุณจะสามารถจัดการกับอารมณ์ได้อย่างเข้าใจและมีพลังมากขึ้น 


เมื่อเราทำความเข้าใจแล้วว่าน้ำตาจากอารมณ์นั้นมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับความรู้สึกภายใน รวมถึงฮอร์โมนต่างๆ อย่างลึกซึ้ง หากการร้องไห้หรือความเครียดที่คุณเผชิญนั้นมากเกินกว่าจะรับมือไหวด้วยตัวเอง การขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม THE OASIS คลินิกจิตเวช พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเยียวยาจิตใจ ให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและสุขภาพจิต เพื่อให้คุณสามารถทำความเข้าใจและจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงค้นพบความสงบภายในและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง



ช่องทางนัดหมาย



bottom of page