top of page
The Oasis ( เดอะโอเอซิส )
Gradient

บทความสุขภาพจิต

รวมบทความน่ารู้ จากทีมให้คำปรึกษาของ The Oasis

อาการแพนิค : เข้าใจให้ถูกก่อนสาย พร้อมวิธีดูแลเบื้องต้นที่ได้ผลจริง

  • The Oasis Team(1)
  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อาการแพนิคไม่เป็นอันตรายและสามารถรักษาให้หายได้

สาเหตุและอาการแพนิคที่คุณควรรู้

อาการแพนิค ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ และไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอันตรายถึงชีวิตอย่างที่หลายคนหวาดกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาการเอาตัวรอดของร่างกายที่ทำงานผิดจังหวะเปรียบเสมือนสัญญาณกันขโมยที่ส่งเสียงดังทั้งๆ ที่ไม่มีการขโมยจริง… การต้องเผชิญกับความรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะถล่มลงมาในชั่วขณะนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่าตระหนก แต่หากเราเข้าใจกลไกการทำงานของระบบประสาทและรู้วิธีรับมือที่ถูกต้อง เราจะพบว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์นี้ได้ แทนที่จะปล่อยให้ความกลัวเป็นฝ่ายควบคุมเรา 


ทำความเข้าใจอาการแพนิค : ก่อนรักษาให้ถูกวิธี

Panic Attack คือภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อความกลัวอย่างรุนแรงทันทีทันใด ทั้งที่ไม่ได้มีอันตรายอยู่ตรงหน้า ระบบประสาทอัตโนมัติจะสั่งให้ร่างกายเข้าสู่โหมด "สู้หรือหนี" (Fight or Flight) ทำให้เกิดอาการทางกายที่น่าตกใจ


อาการแบบไหนที่เรียกว่า "แพนิค"?

หลายคนมักสับสนระหว่างแพนิคกับโรคหัวใจหรือโรคหอบหืด ซึ่งอาการเด่นของแพนิคมีดังนี้

  • ทางร่างกาย : ใจสั่น มือสั่น หัวใจเต้นรัว เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเหมือนจะขาดใจ สำลัก มือเท้าชา เหงื่อแตก ตัวสั่น คลื่นไส้หรือปวดท้อง เวียนศีรษะ วิงเวียน หรือรู้สึกจะเป็นลม

  • ทางจิตใจ : กลัวอย่างรุนแรง กลัวว่าตัวเองจะตาย กลัวจะเป็นบ้าหรือควบคุมตัวเองไม่ได้

  • ความเร็ว : อาการจะพุ่งขึ้นสูงสุด (Peak) ภายใน 10 นาที และค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 20-30 นาที

โดยอาการมักพุ่งขึ้นอย่างเร็วภายใน 10 นาที และค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 20-30 นาที และประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่กล่าวมา


สาเหตุที่แท้จริงของอาการแพนิค

ทางการแพทย์พบว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • สารเคมีในสมองไม่สมดุล : เช่น การตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติ (fight-or-flight) ที่ไวขึ้น หรือสารสื่อประสาทที่ควบคุมความเครียด

  • พันธุกรรม : หากมีคนในครอบครัวเป็นแพนิค ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่คุณจะเป็นโรคนี้ได้มากขึ้น

  • ความเครียดสะสม : การเจอเหตุการณ์กระทบใจรุนแรงหรือพักผ่อนน้อยเกินไปจนร่างกายอ่อนแอ ความเครียดระดับสูงหรือเหตุการณ์บีบคั้นทางจิตใจ เช่น การสูญเสียหรือประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ

  • การใช้สารบางอย่าง เช่น คาเฟอีน ยาบางกลุ่ม/สารกระตุ้น แอลกอฮอล์ หรือภาวะทางการแพทย์บางชนิดที่เลียนแบบอาการได้


วิธีดูแลเบื้องต้นสำหรับอาการแพนิคที่ได้ผลจริง

  • ควบคุมการหายใจ (Breathing control) : หายใจแบบช้าและเป็นจังหวะ เช่น หายใจเข้า 4 จังหวะ (ผ่านจมูก) กลั้น 1–2 วินาที (ถ้าสะดวก) แล้วหายใจออก 6–8 จังหวะ (ผ่านปาก) ทำซ้ำจนคลายลง — เทคนิคนี้ช่วยลดภาวะหายใจเร็ว (hyperventilation) และลดอาการเวียนหัว/มือชา

  • การกราวด์ดิ้ง (Grounding) เพื่อลดความรู้สึกหลุดจากตัวเอง : เทคนิค 5-4-3-2-1 คือ มองหา 5 สิ่งที่เห็น, สัมผัส 4 สิ่ง, ฟัง 3 เสียง, ดมกลิ่น 2 อย่าง, ลิ้มรส 1 อย่าง เปลี่ยนความสนใจไปที่ประสบการณ์ปัจจุบันเพื่อลดความกลัวและความคิดวนซ้ำ

  • นั่งหรือเอนตัวในที่ปลอดภัย : หาที่นั่งสบาย หากมีอาการคลื่นไส้ให้โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะขณะอาการยังไม่คลาย

  • เตือนตัวเองด้วยข้อความสั้นๆ ที่ปลอบใจ : เช่น “อาการนี้จะผ่านไป มันเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต ตอนนี้เป็นแค่อาการแพนิคเท่านั้น

  • ฝึกผ่อนคลายเป็นประจำ : การหากิจกรรมช่วยผ่อนคลายเป็นประจำ เช่น ฝึกการผ่อนคลายและฝึกหายใจเป็นกิจวัตร (วันละ 10–20 นาที), ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (แนะนำแอโรบิกระดับปานกลาง) เพราะช่วยปรับการตอบสนองความเครียด รวมถึงลดคาเฟอีน/สารกระตุ้น และรักษาการนอนที่เพียงพอ


อาการแพนิคแบบไหนที่ควรไปพบจิตแพทย์?

เมื่ออาการเกิดขึ้นซ้ำๆ และเริ่มมีอาการกลัวการที่จะมีอาการจนไม่กล้าไปไหนคนเดียว หรือส่งผลกระทบต่อการทำงาน นั่นคือสัญญาณว่าควรพบแพทย์ หากเป็นการเกิดอาการครั้งแรกและมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง ท้องเสียมากหรือลมหายใจติดขัด มากจนสงสัยภาวะหัวใจ/ปอด ควรไปห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจทางการแพทย์ 


การรับมือกับอาการแพนิคอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับและไม่ตัดสินตัวเองเมื่ออาการกำเริบ เพราะความเข้าใจคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการสยบวงจรความวิตกกังวล แม้วิธีดูแลเบื้องต้นอย่างการฝึกหายใจหรือการดึงสติจะช่วยระงับเหตุเฉพาะหน้าได้ดี แต่การปรับสมดุลชีวิตและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางออกที่ชาญฉลาดเพื่อให้คุณได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีอิสระอีกครั้ง จงจำไว้ว่าอาการนี้รักษาได้ และคุณไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง เพียงแค่เริ่มก้าวแรกด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง คุณก็ใกล้จะถึงวันที่หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติด้วยความผ่อนคลายอย่างแท้จริงแล้วครับ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. อาการแพนิคทำให้หัวใจวายหรือเสียชีวิตได้หรือไม่? 

คำตอบ: ในทางเวชปฏิบัติ แพนิคไม่ทำให้เกิดหัวใจวายหรือเสียชีวิต แม้ความรู้สึกขณะเกิดอาการจะรุนแรงเหมือนกำลังจะขาดใจ แต่ความจริงแล้วเป็นเพียงการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่หลั่งสารอะดรีนาลีนออกมามากเกินไปชั่วคราว ซึ่งไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อโครงสร้างหัวใจ สัญญาณเหล่านี้จะค่อยๆ สงบลงเองเมื่อระดับฮอร์โมนกลับสู่สภาวะปกติครับ


2. ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา อาการแพนิคจะหายเองได้หรือไม่?

คำตอบ: แม้บางรายอาการอาจทุเลาลงเองตามสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายขึ้น แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง มักจะนำไปสู่โรคกลัวล่วงหน้า จนไม่กล้าเข้าสังคมหรือเดินทางไปไหนคนเดียว การรักษาแต่เนิ่นๆ ด้วยการปรับวิธีคิดหรือการใช้ยาจะช่วยให้หายขาดได้เร็วกว่า และป้องกันไม่ให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าแทรกซ้อนในอนาคตได้


The Oasis คลินิกจิตเวช เป็นสถานพยาบาลเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพใจภายใต้แนวคิด "พื้นที่ปลอดภัยและสงบสุขเปรียบเสมือนโอเอซิสกลางใจเมือง" โดยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง พร้อมให้บริการวินิจฉัยและรักษาครอบคลุมทุกปัญหาสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นโรคแพนิค ความวิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือความเครียดสะสมจากการทำงาน ผ่านกระบวนการรักษาที่ผสมผสานทั้งการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและการทำจิตบำบัดที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน


ช่องทางนัดหมาย



ความคิดเห็น


bottom of page