top of page
The Oasis ( เดอะโอเอซิส )
Gradient

บทความสุขภาพจิต

รวมบทความน่ารู้ จากทีมให้คำปรึกษาของ The Oasis

เลี้ยงลูกให้รอด ในวันที่สมองเราไม่นิ่ง: คู่มือเอาตัวรอดสำหรับพ่อแม่ ADHD

  • The Oasis Team(1)
  • 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
พ่อแม่ที่มีภาวะสมาธิสั้นกำลังจัดระเบียบตารางเวลาครอบครัวด้วยความใจเย็นในคลินิกสุขภาพจิต

เมื่อการเป็นพ่อแม่ต้องเจอกับบททดสอบของสมาธิสั้นในผู้ใหญ่

การเลี้ยงลูกเป็นงานที่ต้องใช้พลังบริหารจัดการมหาศาล ทั้งการจัดตารางเรียน การเตรียมอาหาร การคุมอารมณ์เมื่อลูกงอแง และการจดจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับพ่อแม่ที่มีภาวะสมาธิสั้น (Adult ADHD) สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นภารกิจที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดและสร้างความเหนื่อยล้าทางใจอย่างหนัก

ภาวะสมองที่ไม่นิ่ง การวอกแวกง่าย หรือความขี้ลืม ไม่ได้แปลว่าคุณรักลูกน้อยกว่าคนอื่น แต่มันคือการทำงานของสมองที่แตกต่าง การยอมรับและมองหาตัวช่วยจาก คลินิกจิตแพทย์ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น


สัญญาณที่บ่งบอกว่าภาวะ ADHD กำลังกระทบการทำหน้าที่พ่อแม่

หลายครั้งที่พ่อแม่รู้สึกผิด (Mom/Dad Guilt) โดยไม่รู้ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นมาจากอาการของสมาธิสั้น ต่อไปนี้คือสัญญาณที่มักพบได้บ่อย


1.ความยากลำบากในการจัดการกิจวัตรประจำวัน

การตื่นนอนให้ทันเวลา การพาลูกไปส่งโรงเรียนพร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน หรือการจัดการงานบ้านที่คั่งค้าง กลายเป็นเรื่องยากลำบากจนทำให้บ้านตกอยู่ในสภาวะวุ่นวายตลอดเวลา


2.การควบคุมอารมณ์ที่ไวเกินไป

เมื่อลูกทำผิดหรือส่งเสียงดัง พ่อแม่ ADHD มักจะมีการตอบสนองทางอารมณ์ที่รุนแรงหรือรวดเร็ว (Emotional Dysregulation) เนื่องจากสมองส่วนควบคุมการยับยั้งชั่งใจทำงานได้ไม่เต็มที่


3.อาการวอกแวกในขณะที่ลูกต้องการการฟัง

ในขณะที่ลูกกำลังเล่าเรื่องสำคัญ คุณอาจพบว่าใจลอยไปคิดเรื่องอื่น หรือเผลอหยิบมือถือขึ้นมาเช็กโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่สนใจ


คู่มือเอาตัวรอด 3 กลยุทธ์จัดการชีวิตฉบับพ่อแม่สมาธิสั้น

หากคุณกำลังรู้สึกว่า "เลี้ยงลูกไม่รอด" ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ร่วมกับการ ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อสร้างระบบที่ช่วยซัพพอร์ตสมองของคุณ


1.ใช้เทคโนโลยีและสิ่งของช่วยจำแทนสมอง

อย่าฝากความหวังไว้ที่ความจำเพียงอย่างเดียว ใช้แอปพลิเคชันปฏิทินที่แชร์กันได้ในครอบครัว ตั้งนาฬิกาปลุกสำหรับทุกกิจกรรม และใช้กระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ติดไว้ในที่ที่เห็นชัดที่สุดในบ้านเพื่อลงตารางงานที่ต้องทำ


2.ลดสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นในบ้าน

บ้านที่รกจะทำให้สมองของคนที่เป็น ADHD ทำงานหนักขึ้น พยายามจัดมุมของเล่นลูกให้เป็นระเบียบ หรือลดเสียงรบกวนในบ้านในช่วงเวลาที่คุณต้องใช้สมาธิกับลูก เพื่อลดโอกาสในการเกิดอารมณ์หงุดหงิด


3.ฝึกใจดีกับตัวเองและสื่อสารกับลูกอย่างตรงไปตรงมา

หากคุณเผลอลืมหรือเผลอใช้อารมณ์ ให้กล้าที่จะขอโทษและอธิบายให้ลูกฟังตามวัยว่า "พ่อ/แม่มีปัญหาเรื่องการรวมสมาธิ แต่พ่อ/แม่รักลูกนะ" การเปิดเผยความอ่อนแอจะช่วยสร้างความเข้าใจและลดช่องว่างทางอารมณ์ได้ดี


การรักษาที่ตรงจุดช่วยเปลี่ยนโลกของคุณและลูกได้อย่างไร

การรักษาภาวะสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ที่ คลินิกสุขภาพจิต ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินยา แต่คือการปรับโครงสร้างชีวิตใหม่ทั้งหมด

  • การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ: จิตแพทย์จะช่วยแยกแยะระหว่างอาการ ADHD กับภาวะเครียดหรือซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นร่วมกัน

  • การปรับสมดุลสารสื่อประสาท: ยาที่เหมาะสมจะช่วยให้สมองส่วนหน้าทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้คุณคิดก่อนทำและนิ่งขึ้นในสถานการณ์ที่วุ่นวาย

  • การฝึกทักษะการบริหารจัดการ (Executive Functioning Training): เรียนรู้วิธีการจัดลำดับความสำคัญของงานที่จำเป็นในการดูแลครอบครัว


ทำไม The Oasis คลินิกจิตแพทย์ กรุงเทพ คือคำตอบของครอบครัวคุณ

ที่ The Oasis เราเข้าใจดีว่าการเป็นพ่อแม่ที่มีภาวะ ADHD นั้นท้าทายเพียงใด เรามุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวมที่คำนึงถึงบริบทความเป็นจริงของชีวิตประจำวัน


ทีมแพทย์ของเราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเข้าอกเข้าใจ เราเปลี่ยนการรักษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คุณสามารถพูดถึงความล้มเหลวในแต่ละวันได้อย่างสบายใจ เพื่อที่เราจะช่วยกันวางแผนการรักษาที่เห็นผลจริงและช่วยให้ความสัมพันธ์ในบ้านของคุณกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง


การเลือกมา คลินิกจิตแพทย์ ที่ The Oasis จึงไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกและตัวคุณเอง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อการดูแลลูกและตัวเอง


Q: การกินยาสมาธิสั้นจะทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยนไปหรือไม่?

A: ยาที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นและมีสมาธิมากขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนบุคลิกเดิมของคุณ แต่จะช่วยให้ "ตัวตนที่ใจเย็น" ของคุณออกมาทำหน้าที่ได้ดีขึ้นเมื่ออยู่กับลูก


Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าเราแค่เครียดหรือเป็น ADHD จริงๆ?

A: อาการ ADHD มักจะมีประวัติมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่หากไม่แน่ใจ การเข้ามาประเมินที่ คลินิกสุขภาพจิต จะช่วยให้ได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะความเครียดเรื้อรังก็สามารถทำให้มีอาการคล้ายสมาธิสั้นได้เช่นกัน


Q: ลูกจะมีโอกาสเป็นสมาธิสั้นเหมือนเราไหม?

A: มีโอกาสทางพันธุกรรม แต่การที่คุณรู้ตัวและเข้ารับการรักษา จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการจัดการตัวเองให้กับลูก และหากลูกมีอาการจริง คุณจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ไวกว่าพ่อแม่ทั่วไป


ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่สมบูรณ์แบบ และการมีภาวะสมาธิสั้นก็ไม่ได้ขวางกั้นการเป็นพ่อแม่ที่ดีของคุณ การยอมรับความช่วยเหลือจากมืออาชีพคือความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนอนาคตของครอบครัว


หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้ากับการจัดการอารมณ์และชีวิตที่วุ่นวาย ให้เราได้ดูแลคุณที่ The Oasis เราพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดที่จะช่วยให้คุณเลี้ยงลูกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลา


หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินภาวะสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ หรืออยากทราบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ สามารถติดต่อสอบถามทีมงานของ The Oasis คลินิกสุขภาพจิต ได้ทันทีผ่านช่องทางที่คุณสะดวก



ความคิดเห็น


bottom of page